ประวัติ ธัมมวิตักโก ภิกขุ

ธัมมวิตักโก ภิกขุ

ประวัติ ธัมมวิตักโก ภิกขุ

ธัมมวิตักโก ภิกขุ (พระยานรรัตนราชมานิต)
วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร

“ด้วยอานุภาพของไตรสิกขา คือ “ศีล สมาธิ ปัญญา” จึงจะชนะ ศัตรู คือ กิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียดได้

– ชนะความหยาบคาย ซึ่งเป็นกิเลสอย่างหยาบที่ล่วง ทางกาย วาจา ได้ด้วย “ศีล”
– ชนะความรู้สึกชื่นชมยินดียินร้าย รวมทั้งหลงเสน่ห์หลงชิงชัง เป็นกิเลสอย่างกึ่งกลางที่เกิดในใจได้ด้วย “สมาธิ”
– ชนะความรู้ความเข้าใจ รู้ผิดมองเห็นไม่ถูกจากเรื่องจริงของ สังขาร ซึ่งเป็นกิเลสอย่างรอบคอบได้ด้วย “สติปัญญา”

ผู้ศึกษากระทำตามไตรสิกขาหมายถึง”ศีล สมาธิ สติปัญญา” บริบูรณ์ สมบูรณ์แล้ว ผู้นั้นก็เลยเป็นผู้พ้นจากทุกข์ทั้งผองได้แน่นอนนอน ไม่ต้องสงสัยเลย ”

นามเดิม ตรึก จินตยานนท์ เกิด 5 กุมภาพันธ์ 2440 สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร บวช อุปสมบทในวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 24 มี.ค. 2468 โดยมี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวรมหาเถระ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มรณภาพ 8 มกราคม 2514 อายุ 74 ปี 46 พรรษา

หลังจากที่ท่านได้จบการศึกษาจากโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ได้รับประกาศนียบัตรวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ในยุคนั้นแล้ว ท่านได้ร่วมซ้อมรบในฐานะเสือป่า โดยรับหน้าที่เป็นคนส่งข่าวคราว ซึ่งสำหรับเพื่อการซ้อมรบนี้เองได้เปลี่ยนวิถีชีวิต จากความตั้งอกตั้งใจที่จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองของเมือง มาเป็นข้าราชสำนัก ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ท่านเป็นคนที่ได้รับการ ไว้วางใจจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 อย่างยิ่ง ตั้งแต่เมื่อครั้งยังรับราชการเป็นมหาดเล็กห้องบรรทม จนกระทั่ง ได้รับการแต่งบรรดาศักดิ์เป็น พระยานรรัตนราชมานิต ซึ่งหมายความว่า “คนดีที่พระเจ้าแผ่นดินทรงนับถือ” ตลอดเวลา 10 ปี ที่ท่านได้รับราชการตอบสนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิด ท่านได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความวิริยะ ซื่อตรง รวมทั้งรู้บุญคุณคน อย่างยากที่จะหาคนไหนกันแน่เทียบเท่า ตามที่ท่านเคยพูดถึงความภักดีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “ถูกตายแทนกันได้” ความรู้บุญคุณคนที่ท่านได้แสดงนี้ ได้ประจักษ์แจ้งเมื่อท่านได้บรรพชาถวายเป็นพระราชกุศล ในวันพระราชทานเพลิงศพ ศพล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จนกระทั่งท่านตาย ท่านดำรงเพศสมณะด้วยความครัดเคร่งต่อศีล เป็นคนที่บริสุทธิ์ไม่มีตราบาปเสียหายทั้งยังกาย จิตใจ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติถูกใจ มีทางดำเนินป้อมปราการคงจะ หนักแน่น เป็นที่ยอมรับ และก็ได้รับความยำเกรงจากชาวพุทธว่า ท่านเป็นพระแท้ ที่หาได้ยากยิ่ง เป็นตัวอย่างของวัดผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ไม่ใฝ่หาลาภสักการ ไม่ใฝ่หาชื่อเสียงเกียรติ เป็นผู้ปฏิบัติตรงต่อ พระธรรมวินัย มีความกตเวทิตายอดเยี่ยม ยากที่จะหาใครกันแน่เท่าได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *