เดือน: ตุลาคม 2020

ประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร

ประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระญาณสังวร (สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

“คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นอบรมอยู่ในภายใน ปฏิบัติได้ อยู่ในด้านใน ทราบยิ่งเห็นจริงได้เองทุกๆคน มีเหตุตรองตามให้ เห็นได้จริงทุกๆคน ปฏิบัติก็ได้ผลจริงทุกๆคน เพราะว่ามิได้ สอนในภายนอก แต่สอนในภายใน รวมทั้งเป็นเหตุสำเร็จที่ ตรองตามให้เห็นได้ ปฏิบัติได้ ”

นามเดิม เจริญ คชวัตร คลอด 3 ตุลาคม 2456 สถานที่เกิด อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี อุปสมบท บรรพชาในวัดเทวสังฆาราม ช่วงวันที่ 12 มิ.ย. 2476 โดยมี พระเทพมงคลรังษี เป็นพระอุปัชฌาย์ ยศสมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จฯ ได้ทรงบวชเป็นเณรเมื่อป ีพุทธศักราช 2469 ขณะอายุได้ 14 ปี ภายหลังบวชแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดเทวสังฆาราม 1 ปี ต่อจากนั้นได้มาเรียนพระธรรมวินัยที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม กระทั่งอายุครบบรรพชา ท่านก็เลยได้ เดินทางกลับไปบรรพชาที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อพุทธศักราช 2476 คราวหลังก็เลยได้เดินทางเข้ามาจำพรรษาในวัดบวรนิเวศวิหาร จังหวัดกรุงเทพ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยถัดไป แล้วก็ที่วัดบวรนิเวศนี่เอง ท่านได้เข้าพิธีการบวช เป็นธรรมยุตนิกาย โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ด้านการศึกษา ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในปีพุทธศักราช 2484 และก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “สมเด็จพระญาณสังวร” เมื่อพุทธศักราช 2515

ท่านได้ทรงอุทิศตนเพื่องาน ศาสนาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทรงรับเป็นองค์แสดงธรรมยังสถานที่ต่างๆหลายที่ นอกจากนี้ยังได้ทรงนิพนธ์ ผลงานทางด้านวิชาการ เอกสาร รวมทั้งแบบเรียนด้านพุทธศาสนา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าอย่างมากไว้เยอะแยะ พุทธศักราช 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล(พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในขณะที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และก็เสด็จประทับในวัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่าง วันที่ 22 ตุลาคม – 5 พ.ย 2499 เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นพระเถระที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ปฏิบัติดี ปฏิบัติถูกใจ ตามทางที่ ศีล สมาธิ ปัญญา ทรงเป็นพระผู้วิเศษบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งองค์หนึ่ง จากความดีที่ท่านได้สร้างสมไว้ ท้ายที่สุดก็เลยได้รับตำแหน่งเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” เมื่อ 21 เม.ย. 2532 เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์…

Read more
 

ประวัติ ธัมมวิตักโก ภิกขุ

ประวัติ ธัมมวิตักโก ภิกขุ

ธัมมวิตักโก ภิกขุ (พระยานรรัตนราชมานิต)
วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร

“ด้วยอานุภาพของไตรสิกขา คือ “ศีล สมาธิ ปัญญา” จึงจะชนะ ศัตรู คือ กิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียดได้

– ชนะความหยาบคาย ซึ่งเป็นกิเลสอย่างหยาบที่ล่วง ทางกาย วาจา ได้ด้วย “ศีล”
– ชนะความรู้สึกชื่นชมยินดียินร้าย รวมทั้งหลงเสน่ห์หลงชิงชัง เป็นกิเลสอย่างกึ่งกลางที่เกิดในใจได้ด้วย “สมาธิ”
– ชนะความรู้ความเข้าใจ รู้ผิดมองเห็นไม่ถูกจากเรื่องจริงของ สังขาร ซึ่งเป็นกิเลสอย่างรอบคอบได้ด้วย “สติปัญญา”

ผู้ศึกษากระทำตามไตรสิกขาหมายถึง”ศีล สมาธิ สติปัญญา” บริบูรณ์ สมบูรณ์แล้ว ผู้นั้นก็เลยเป็นผู้พ้นจากทุกข์ทั้งผองได้แน่นอนนอน ไม่ต้องสงสัยเลย ”

นามเดิม ตรึก จินตยานนท์ เกิด 5 กุมภาพันธ์ 2440 สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร บวช อุปสมบทในวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 24 มี.ค. 2468 โดยมี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวรมหาเถระ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มรณภาพ 8 มกราคม 2514 อายุ 74 ปี 46 พรรษา

หลังจากที่ท่านได้จบการศึกษาจากโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ได้รับประกาศนียบัตรวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ในยุคนั้นแล้ว ท่านได้ร่วมซ้อมรบในฐานะเสือป่า โดยรับหน้าที่เป็นคนส่งข่าวคราว ซึ่งสำหรับเพื่อการซ้อมรบนี้เองได้เปลี่ยนวิถีชีวิต จากความตั้งอกตั้งใจที่จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองของเมือง มาเป็นข้าราชสำนัก ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ท่านเป็นคนที่ได้รับการ ไว้วางใจจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 อย่างยิ่ง ตั้งแต่เมื่อครั้งยังรับราชการเป็นมหาดเล็กห้องบรรทม จนกระทั่ง ได้รับการแต่งบรรดาศักดิ์เป็น พระยานรรัตนราชมานิต ซึ่งหมายความว่า “คนดีที่พระเจ้าแผ่นดินทรงนับถือ” ตลอดเวลา 10 ปี ที่ท่านได้รับราชการตอบสนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิด ท่านได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความวิริยะ ซื่อตรง รวมทั้งรู้บุญคุณคน อย่างยากที่จะหาคนไหนกันแน่เทียบเท่า ตามที่ท่านเคยพูดถึงความภักดีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “ถูกตายแทนกันได้” ความรู้บุญคุณคนที่ท่านได้แสดงนี้ ได้ประจักษ์แจ้งเมื่อท่านได้บรรพชาถวายเป็นพระราชกุศล ในวันพระราชทานเพลิงศพ ศพล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จนกระทั่งท่านตาย ท่านดำรงเพศสมณะด้วยความครัดเคร่งต่อศีล เป็นคนที่บริสุทธิ์ไม่มีตราบาปเสียหายทั้งยังกาย จิตใจ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติถูกใจ มีทางดำเนินป้อมปราการคงจะ หนักแน่น เป็นที่ยอมรับ และก็ได้รับความยำเกรงจากชาวพุทธว่า ท่านเป็นพระแท้ ที่หาได้ยากยิ่ง เป็นตัวอย่างของวัดผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ไม่ใฝ่หาลาภสักการ ไม่ใฝ่หาชื่อเสียงเกียรติ เป็นผู้ปฏิบัติตรงต่อ พระธรรมวินัย มีความกตเวทิตายอดเยี่ยม ยากที่จะหาใครกันแน่เท่าได้…

Read more