หมวดหมู่: Uncategorized

ตำนานพระเครื่อง พระสมเด็จแท้ไม่จำเป็นต้องเกรอะเก่า หมองดำ

พระสมเด็จแท้ไม่จำเป็นต้องเกรอะเก่า หมองดำ

ไม่ต้องเกรอะเก่า หมองดำ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าพระเก่าต้องมีความดำ ความเก่า ความหมอง ความเกรอะ หรือรอยบิ่นแตกหัก นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดเสียทีเดียว

พระสมเด็จมีความสง่า สวยงาม และคงทนที่จะอยู่ได้เป็นร้อยปีนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล การเก็บรักษาของผู้ครอบครองเป็นอย่างดีต่างหาก

คหบดี หรือขุนนางที่ได้รับพระมาเป็นจำนวนมาก ไม่ได้นำมาขึ้นคอบูชาทุกองค์ ดังนั้นพระเครื่องบางส่วนจึงอยู่ในกำปั่นอย่างดี มิได้ถูกคราบเหงื่อ ละอองน้ำ แดด ลม ฝน มาทำลายความงดงาม เมื่อเป็นมรดกตกทอดมาถึงคนยุคปัจจุบัน จึงยังคงมีสภาพเหมือนของใหม่

พระสมเด็จบางองค์ที่ทาง สสส. ได้มามีสภาพที่สมบูรณ์ราวกับเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆเมื่อวานนี้ก็มี เพราะสมเด็จโตผู้สร้างท่านเป็นอัจฉริยะบุคคลที่มีความฉลาด ทั้งจากขั้นตอนการสร้างพระสมเด็จที่มีความพิเศษเฉพาะตัว รูปลักษณ์ที่สวยงาม ความคงทน

จึงทำให้พระสมเด็จสามารถสืบทอดพระพุทธศาสนา และตกมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในสภาพสมบูรณ์ สวยงาม…

Read more
 

ตำนานพระเครื่อง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช

 พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช ตำนานพระเครื่อง

แม่พิมพ์หลวงวิจารณ์เจียรนัยยุคปลาย เนื้อสีเหลืองทองอร่าม แลเห็นเศษผงตะไบเงินตะไบทองระบายอยู่ทั่วองค์พระ

พิมพ์ “คม-ชัด-ลึก”
เนื้อมวลสารครบถ้วนประกอบไปด้วยผงกฤติยาคมเด่นชัด องค์พระสง่า สวยงาม ไหล่ผาย อกสังฆาฎิ เกศทะลุซุ้ม

มึเม็ดเล็กเหลี่ยม สีขาวขุ่นของผงพระสมเด็จที่แตกหัก เม็ดดำกลมของเหล็กไหลไพรดำ กระจายอยู่ทั่ว เนื้อมวลสารแน่นครบถ้วน มีเงาแวววาวจากความฉ่ำของน้ำมันตังอิ๊ว

องค์พระล่ำสัน นูนเด่น เห็นเป็น ๓ มิติ สมบูรณ์ สง่า สวยงามตามเนื้อหามวลสารวัดระฆัง…

Read more
 

ตำนานพระเครื่อง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์

พระนามว่า “ พิมพ์ปรกโพธิ์ ” มาจากพระพุทธศิลป์เป็นองค์พระปางสมาธิใต้ร่มโพธิ์บัลลังก์ โดยประดิษฐานในซุ้มครอบแก้วอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธองค์

ศิลปะพระพุทธรูปใต้ร่มโพธิ์นี้ได้รับความนิยมในการจำลองการพิมพ์ พระเครื่อง เรื่อยมาทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะเป็นที่นิยมกันมากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ เป็นพระสมเด็จที่สร้างจากวัดระฆัง แล้วนำมาบรรจุอยู่ในกรุพระเจดีย์ของวัดใหม่อมตรส สภาพขององค์พระสมเด็จจึงมีขี้กรุที่มีเอกลักษณ์ของกรุวัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) โดยเฉพาะ และมีข้อน่าสังเกต เช่น

ตำหนิศิลปะแม่พิมพ์ของโพธิ์จะปรากฏช่อโพธิ์อยู่ประมาณ ๑๐ – ๒๕ ช่อ ครอบคลุมอยู่ด้านบนและด้านข้างของพระเศียรพระประธาน

สำหรับการพิมพ์ด้านหลังขององค์พระมีเพียงพิมพ์เดียวเท่านั้นคือ “พิมพ์หลังเรียบ”

พุทธศิลปะขององค์พระประธานและฐานทั้ง ๓ ชั้น จะหนาใหญ่ สง่างาม คล้ายพิมพ์เกศบัวตูม สังเกตได้จากลำพระกรจะอวบอ้วน พระเพลา (หน้าตัก) จะหนาใหญ่ ฐานทั้ง ๓ ชั้น จะหนาและใหญ่กว่าพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆ…

Read more
 

คราบเกาะบนผิวพระ แคลไซท์ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

คราบเกาะบนผิวพระ “แคลไซท์” พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

คราบเกาะบนผิวพระ ความฉ่ำของพระนี้เองที่ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “แคลไซท์” เป็นคราบเกาะ บนผิวพระ ทำให้มองเห็นเหมือนพระเปียกน้ำ องค์พระจะมีความเงาสวยงาม ฉ่ำวาวสะท้อนแสงคล้ายเพชร…

Read more
 

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเจดีย์เล็ก พิมพ์ทรงเจดีย์แหวกม่าน

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเจดีย์เล็ก พิมพ์ทรงเจดีย์แหวกม่าน

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเจดีย์เล็ก พิมพ์ทรงเจดีย์แหวกม่าน

การสร้างพระสมเด็จในยุคแรกๆ เกิดปัญหาการแตกหักของ พระเครื่อง เพราะแต่เดิมเคี่ยวโดยการใช้น้ำอ้อย ยางไม้ ผลไม้ที่มีความเหนียว (เช่น กล้วย) และแป้งจากข้าว มาเป็นส่วนผสม ซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง

เพื่อแก้ไขปัญหาการแตกหักของพระสมเด็จที่จะสร้างขึ้นใหม่
เปลี่ยนมาใช้น้ำมันตังอิ้วเคลือบพระแทน จึงกลายมาเป็นสัญญลักษณ์ของพระสมเด็จยุคปลาย ที่คงทน สวยงาม ไม่แตกร้าว

ส่วนที่นิยมเรียกกันว่าแก่น้ำมันตังอิ้ว เพราะเมื่อเราส่องดูพระสมเด็จ จะเห็นความฉ่ำวาวสวยงามเหมือนพระเปียกน้ำนั่นเอง…

Read more
 

ตำนานพระเครื่อง พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร

พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร

พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร
เป็นพระสมเด็จที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนพระพิมพ์อื่นใด

พระสมเด็จพิมพ์อกครุฑ ไม่มีเส้นฐานซุ้มครอบแก้ว พระพักตร์ค่อนข้างกลมนูน พระเศียร ตามสัดส่วนแลดูใหญ่กว่าพระทุกพิมพ์ พระกรรณใหญ่หนาลักษณะคล้ายกรรณเจียกจรของชฎา

พระเกศโคนกว้างใหญ่ปลายเรียว จึงทำให้ดูโดยรวมคล้ายกับชฎา ลำพระองค์ตั้งแต่ส่วนพระอุระ(อก)ล่ำสัน อกผายไหล่ผึ่ง ส่วนของอกนูนยื่นออกมา แล้วจึงค่อยคอดเว้าลงมา มองดูคล้ายอกของครุฑ ลักษณะโดยรวมคล้ายกับครุฑ จึงเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้

การวางมือปางสมาธิของพระพิมพ์อกครุฑจะวางมือมาชนกันเฉยๆ ไม่ได้วางทับประสานกัน ทำให้มองดูเป็นเส้นเรียวๆ มาบรรจบกัน เส้นหน้าตักหนาตัน ยกเว้นพระพิมพ์เล็ก และเส้นฐานสามชั้นของพระพิมพ์อกครุฑมีเส้นฐานทึบตันหนาทั้งสามชั้น

ทรงกรอบของพระพิมพ์อกครุฑ เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ พระสมเด็จพิมพ์อกครุฑ มีแม่พิมพ์ทั้งหมด ๓ แม่พิมพ์คือ พิมพ์อกครุฑใหญ่ พิมพ์อกครุฑกลาง และพิมพ์อกครุฑเล็ก…

Read more
 

พระสมเด็จบางขุนพรหม คราบกรุ

พระสมเด็จบางขุนพรหม คราบกรุ

พระสมเด็จบางขุนพรหม คราบกรุ

นักสะสมพระในสมัยโบราณ จะมีความเชี่ยวชาญเรื่องคราบกรุเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถบอกได้ว่าเป็น พระแท้ หรือไม่แท้โดยแทบไม่ต้องดูสิ่งอื่นๆประกอบ

จากมูลเหตุที่ว่าคราบกรุปลอมยากกว่าเนื้อมวลสาร เพราะการเกิดคราบกรุต้องเป็นไปตามปฏิกิริยาของเนื้อมวลสารกับสภาพแห่งธรรมชาติที่แวดล้อม อันผันผ่านตามกาลเวลานั่นเอง

แต่ในยุคปัจจุบัน นอกจากการพิจารณาจากความรู้พื้นฐานในเรื่องคราบกรุแล้ว เรายังมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ คือการหยดน้ำยาเคมีเพื่อทดสอบว่าพระสมเด็จองค์นั้นมีอายุมากว่า ๑๔๗ ปี…

Read more
 

เหรียญหลวงปู่ทิมวัดแม่น้ำคู้ ปี 2518

เหรียญหลวงปู่ทิมวัดแม่น้ำคู้ ปี 2518

เหรียญหลวงปู่ทิมวัดแม่น้ำคู้ ปี 2518

เหรียญหลวงปู่ทิม รุ่นอรหันต์ พิมพ์นิยมห้วปะ บล็อควงเดือน เนื้อทองแดงผิวไฟ สร้างปี 2518 ออกวัดแม่น้ำคู้เก่า จ.ระยอง เหรียญนี้สภาพเดิม ตำหนิต่างๆ ชัดเจน ต่อไปสนนราคายังไปได้อีกยาวๆ เก็บไว้มีอนาคตแน่นอนเป็นอีดหนึ่งรุ่นที่ออกต่างวัดที่ทันหลวงปู่ทิมปลุกเสก…

Read more
 

พระปิดตาพระอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ ตำนานพระเครื่อง

พระปิดตาพระอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ

พระปิดตาพระอาจารย์ปาล – พระอาจารย์ปาล ท่านเป็นลูกศิษย์ที่เรียนวิชาสายเขาอ้อรุ่นหลังพระอาจารย์เอียด และพระอาจารย์นำ ท่านได้เรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่าไว้มากทีเดียว พิธีกรรมที่สำคัญๆ ของสำนักเขาอ้ออย่างเช่น พิธีอาบว่านแช่ยา พิธีป้อนน้ำมันงาหรือพิธีหุงข้าวเหนียวดำ ซึ่งจัดขึ้นในสมัย พระอาจารย์ทองเฒ่า นั้น ก็มีพระอาจารย์ปาลคอยช่วยเหลือในการประกอบพิธีด้วยทุกครั้ง แล้วหลังจากที่พระอาจารย์ทองเฒ่ามรณภาพลง พระอาจารย์ปาลท่านก็เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน

พระอาจารย์ปาลนอกจากว่าท่านจะมีวิชาความรู้ ความเชี่ยวชาญในวิทยาคมของสายเขาอ้อแล้ว พลังจิตของท่านก็กล้าแข็งมากแววตาเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง สามารถกำหนดจิตให้เป็นสมาธิด้วยความรวดเร็วภายในอึดใจเดียว ที่กุฏิของท่าน ก่อนที่จะขึ้นกุฏิจะมีอ่างน้ำล้างเท้า และมีผ้าเช็ดเท้าเก่าๆ อยู่ผืนหนึ่งที่เอาไว้เช็ดเท้าก่อนขึ้นกุฏิ ท่านเคยฉีกผ้าเช็ดเท้านั้นมาริ้วหนึ่ง แล้วให้ลูกศิษย์นำไปลองเผาดู พอจุดไฟแช็กเผาอยู่นานจนร้อนมือ แต่ผ้าเช็ดเท้าหาได้ไหม้ไฟไม่

พระปิดตาพระอาจารย์ปาล

ยังความอัศจรรย์แก่ลูกศิษย์มาก และครั้งหนึ่งมีคนมาลองดี ท่านก็เอาผ้าจีวรของท่านไปแขวนไว้ที่ราวตากผ้า แล้วให้คนคนนั้นทดลองยิงดู ปรากฏว่ายิงจนหมดโม่ แต่ลูกปืนไม่ถูกผ้าจีวรของท่านเลย ลูกปืนตกอยู่ที่หน้าผ้าจีวรของท่านทุกนัด ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น หากวัดต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายของสำนักเขาอ้อ จัดพิธีกรรมคราวใดก็จะต้องนิมนต์ท่านอาจารย์ปาลไปร่วมพิธีทุกครั้ง

วัตถุมงคลที่พระอาจารย์ปาลสร้างไว้มีอยู่หลายอย่างเช่นตะกรุด ซึ่งมีชาวบ้านมาขอให้ท่านทำให้เสมอๆ ส่วนมากจะเด่นทางด้านคงกระพันชาตรี แต่ท่านมักจะพิจารณาทำให้เป็นรายๆ ไป และกำชับเสมอว่าคนที่เอาตะกรุดของท่านไป ห้ามมิให้ประพฤติผิดลูกผิดเมียชาวบ้านเป็นเด็ดขาด ส่วนพระปิดตาของท่านนั้นเริ่มสร้างตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ.2490 เป็นต้นมา

การสร้างพระปิดตาของพระอาจารย์ปาลก็เหมือนกับการสร้างพระปิดตาของพระอาจารย์ทองเฒ่า และพระอาจารย์เอียด คือ เมื่อมีเวลาว่างและมีวัสดุพร้อม ท่านก็จะสร้างขึ้นทีละไม่มากนัก แล้วปลุกเสกแจกชาวบ้านไปเรื่อยๆ พอหมดแล้วมีเวลาว่างท่านก็จะสร้างขึ้นใหม่ พระปิดตาของพระอาจารย์ปาลนั้น ท่านจะปลุกเสกเดี่ยว และการที่ท่านสร้างมาเรื่อยๆ นี้เอง จึงทำให้มีพระพิมพ์ต่างๆ อยู่หลายพิมพ์ แต่เนื้อหาและเอกลักษณ์ของพิมพ์ทรงก็บ่งบอกได้ว่าเป็นพระปิดตาสายเขาอ้อ

พระปิดตา พระอาจารย์ปาลสามารถแยกแยะออกจากพระปิดตาของพระอาจารย์ทองเฒ่าและ พระอาจารย์เอียดได้คือ พระปิดตาของพระอาจารย์ปาลท่านจะมีพิมพ์ทรงป้อมๆ กว่า และเนื้อโลหะมักจะออกไปทางเนื้อขันลงหินและทองผสม พุทธคุณเน้นหนักไปทางด้านอยู่ยงและแคล้วคลาดครับ

ในวันนี้ผมได้นำรูปพระปิดตาพิมพ์ มหาอุดของพระอาจารย์ปาลมาให้ชมครับ…

Read more
 

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

จริง ๆ แล้วพระเถระ ชั้นคณาจารย์ ของเมืองสุพรรณบุรีนับได้ว่ามีมากมายและสืบสายมายาวนาน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากสุพรรณบุรีเป็นเมืองหน้าด่านที่ต้องรับศึก ขวัญและกำลังใจของนักรบทุกคนจึงต้องเข้มแข็งและเชื่อมั่น ดังนั้น ครูบาอาจารย์ก็ต้องแน่จริง

ปัจจุบันข้อมูลพระคณาจารย์ต่าง ๆ ก็เลือนไปตามกาลเวลา เมื่อสืบสาวลึกลงไปเท่าที่พอจะพบเป็นหลักเป็นฐานและมีความเข้มขลังเล่าลือกันทั่วคุ้งน้ำก็คงจะไม่พ้น “หลวงพ่อเนียม วัดน้อย” ประกอบกับท่านเป็นอาจารย์ของอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ดังนั้น คำว่า “พระอาจารย์ใหญ่แห่งเมืองสุพรรณ” คงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ด้วยมีผู้เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับภูมิธรรมของหลวงพ่อเนียมว่าได้ขั้นนั้น ขั้นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ ที่ยังหนาแน่นด้วยกิเลส ยังเสพกามตามวิสัยปุถุชนคงไม่สามารถพยากรณ์ถึงสภาวะแห่งภูมิธรรมท่านได้ จะมีก็เพียงแต่คาดเดากันไปตามภูมิรู้และความรู้สึกนึกคิดของแต่ละท่าน ในการนี้จะขอกล่าวเท่าที่สติปัญญาจะเอื้ออำนวย

ในยุคนี้เราเรียกว่า “ภัทรกัป” หรือ “ภัททกัป” เป็นกัปที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติมากที่สุด คือ 5 พระองค์ ไม่ใช่ 10 พระองค์อย่างที่บางท่านเข้าใจ ทั้งนี้ บางกัปไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติเลยก็มี และจักรวาลใดที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติจะเรียกจักรวาลนั้นว่า “มงคลจักรวาล” หากท่านอยากทราบรายละเอียดก็หาอ่านได้ทั่วไป แต่ถ้าจะให้ดีก็แนะนำหนังสือ “ชินกาลมาลีปกรณ์”

ทีนี้มากล่าวถึง “พระอริยบุคคล” กับ “พระอรหันต์” ว่าแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

พระอริยบุคคล ประกอบด้วย 1) พระโสดาบัน 2) พระสกทาคามี 3) พระอนาคามี และ 4) พระอรหันต์ ดังนี้จึงเห็นได้ว่าเมื่อกล่าวถึงพระอริยบุคคลหรือพระอริยเจ้าจึงรวมถึงทุกท่านตาม 1) – 4)

สำหรับพระอรหันต์ท่านจะเป็นผู้สิ้นอาสวะหรือเป็นผู้ดับกิเลสแล้ว หากจำแนกตามหลัก “อรหันต์ 4” จะได้ 4 ประเภท ขอย้ำว่า 4 ประเภท ไม่ใช่ 4 ขั้น กล่าวคือไม่ใช่ว่าพอสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขั้น 1 แล้วต้องไปต่อขั้น 2 ขั้น 3 และขั้น 4 (ไม่ใช่การฝึกวิชาตามคำภีร์เก้าเอี๊ยงหรือวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลแบบหนังจีนกำลังภายใน) สำหรับท่านไหนจะเป็นพระอรหันต์ประเภทใดก็สุดแต่บุญบารมีของแต่ละท่าน แบ่งได้ดังนี้ 1) พระอรหันต์สุกขวิปัสสก พระผู้เจริญวิปัสสนาล้วน สำเร็จพระอรหันต์ มิได้ทรงคุณวิเศษอย่างอื่นอีก 2) พระอรหันต์เตวิชชะ ท่านจะได้วิชาสาม คือ ระลึกชาติได้ รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย และทำอาสวะให้สิ้นไป 3) ฉฬภิญญะ ท่านสำเร็จอภิญญา 6 แสดงฤทธิ์ได้ เช่น ตาทิพย์ หูทิพย์ รู้ใจผู้อื่น เป็นต้น และ 4) เจตุปฏิสัมภิทัปปัตตะ หรือ ปฏิสัมภิทาญาณ ท่านจะเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสี่ด้าน (อันนี้ว่ากันอย่างย่นย่อและสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้)

ท้ายที่สุดไม่ว่าหลวงพ่อเนียมท่านจะเป็นพระอริยบุคคลแบบไหน อย่างไร ก็สุดจะหยั่งด้วยเหตุผลข้างต้น แต่ที่เราท่านทราบดีก็คือท่านเป็น “พระสุปฏิปันโน” ที่ทรงความดีให้เรากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจอย่างยาวนานนับชั่วอายุคน

เกร็ดท้ายเรื่อง : มีคนถามหลวงปู่ท่านหนึ่งว่า มีคนมาเล่าว่าเขาปฏิบัติถึงขั้นนั้น ขั้นนี้ ได้เห็นนั่นเห็นนี่ ได้เห็นอย่างนั้น ได้เห็นอย่างนี้ อันเป็นเรื่องเหลือวิสัย เขาเห็นจริงไหมครับ หลวงปู่ท่านก็เมตตาตอบให้ว่า “เขาเห็นจริง แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ของจริง”…

Read more