ป้ายกำกับ: ความเข้มขลัง

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

ภูมิธรรมพระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองสุพรรณ

จริง ๆ แล้วพระเถระ ชั้นคณาจารย์ ของเมืองสุพรรณบุรีนับได้ว่ามีมากมายและสืบสายมายาวนาน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากสุพรรณบุรีเป็นเมืองหน้าด่านที่ต้องรับศึก ขวัญและกำลังใจของนักรบทุกคนจึงต้องเข้มแข็งและเชื่อมั่น ดังนั้น ครูบาอาจารย์ก็ต้องแน่จริง

ปัจจุบันข้อมูลพระคณาจารย์ต่าง ๆ ก็เลือนไปตามกาลเวลา เมื่อสืบสาวลึกลงไปเท่าที่พอจะพบเป็นหลักเป็นฐานและมีความเข้มขลังเล่าลือกันทั่วคุ้งน้ำก็คงจะไม่พ้น “หลวงพ่อเนียม วัดน้อย” ประกอบกับท่านเป็นอาจารย์ของอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ดังนั้น คำว่า “พระอาจารย์ใหญ่แห่งเมืองสุพรรณ” คงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ด้วยมีผู้เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับภูมิธรรมของหลวงพ่อเนียมว่าได้ขั้นนั้น ขั้นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ ที่ยังหนาแน่นด้วยกิเลส ยังเสพกามตามวิสัยปุถุชนคงไม่สามารถพยากรณ์ถึงสภาวะแห่งภูมิธรรมท่านได้ จะมีก็เพียงแต่คาดเดากันไปตามภูมิรู้และความรู้สึกนึกคิดของแต่ละท่าน ในการนี้จะขอกล่าวเท่าที่สติปัญญาจะเอื้ออำนวย

ในยุคนี้เราเรียกว่า “ภัทรกัป” หรือ “ภัททกัป” เป็นกัปที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติมากที่สุด คือ 5 พระองค์ ไม่ใช่ 10 พระองค์อย่างที่บางท่านเข้าใจ ทั้งนี้ บางกัปไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติเลยก็มี และจักรวาลใดที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติจะเรียกจักรวาลนั้นว่า “มงคลจักรวาล” หากท่านอยากทราบรายละเอียดก็หาอ่านได้ทั่วไป แต่ถ้าจะให้ดีก็แนะนำหนังสือ “ชินกาลมาลีปกรณ์”

ทีนี้มากล่าวถึง “พระอริยบุคคล” กับ “พระอรหันต์” ว่าแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

พระอริยบุคคล ประกอบด้วย 1) พระโสดาบัน 2) พระสกทาคามี 3) พระอนาคามี และ 4) พระอรหันต์ ดังนี้จึงเห็นได้ว่าเมื่อกล่าวถึงพระอริยบุคคลหรือพระอริยเจ้าจึงรวมถึงทุกท่านตาม 1) – 4)

สำหรับพระอรหันต์ท่านจะเป็นผู้สิ้นอาสวะหรือเป็นผู้ดับกิเลสแล้ว หากจำแนกตามหลัก “อรหันต์ 4” จะได้ 4 ประเภท ขอย้ำว่า 4 ประเภท ไม่ใช่ 4 ขั้น กล่าวคือไม่ใช่ว่าพอสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขั้น 1 แล้วต้องไปต่อขั้น 2 ขั้น 3 และขั้น 4 (ไม่ใช่การฝึกวิชาตามคำภีร์เก้าเอี๊ยงหรือวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลแบบหนังจีนกำลังภายใน) สำหรับท่านไหนจะเป็นพระอรหันต์ประเภทใดก็สุดแต่บุญบารมีของแต่ละท่าน แบ่งได้ดังนี้ 1) พระอรหันต์สุกขวิปัสสก พระผู้เจริญวิปัสสนาล้วน สำเร็จพระอรหันต์ มิได้ทรงคุณวิเศษอย่างอื่นอีก 2) พระอรหันต์เตวิชชะ ท่านจะได้วิชาสาม คือ ระลึกชาติได้ รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย และทำอาสวะให้สิ้นไป 3) ฉฬภิญญะ ท่านสำเร็จอภิญญา 6 แสดงฤทธิ์ได้ เช่น ตาทิพย์ หูทิพย์ รู้ใจผู้อื่น เป็นต้น และ 4) เจตุปฏิสัมภิทัปปัตตะ หรือ ปฏิสัมภิทาญาณ ท่านจะเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสี่ด้าน (อันนี้ว่ากันอย่างย่นย่อและสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้)

ท้ายที่สุดไม่ว่าหลวงพ่อเนียมท่านจะเป็นพระอริยบุคคลแบบไหน อย่างไร ก็สุดจะหยั่งด้วยเหตุผลข้างต้น แต่ที่เราท่านทราบดีก็คือท่านเป็น “พระสุปฏิปันโน” ที่ทรงความดีให้เรากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจอย่างยาวนานนับชั่วอายุคน

เกร็ดท้ายเรื่อง : มีคนถามหลวงปู่ท่านหนึ่งว่า มีคนมาเล่าว่าเขาปฏิบัติถึงขั้นนั้น ขั้นนี้ ได้เห็นนั่นเห็นนี่ ได้เห็นอย่างนั้น ได้เห็นอย่างนี้ อันเป็นเรื่องเหลือวิสัย เขาเห็นจริงไหมครับ หลวงปู่ท่านก็เมตตาตอบให้ว่า “เขาเห็นจริง แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ของจริง”…

Read more